วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559

ทาวน์เฮาส์บูม รับรถไฟฟ้าสีม่วง จะเปิดใช้แล้ว สิงหา นี้

ยอดขายทะลุเป้า ทุกค่าย ทาวน์เฮาส์คึก ยอดขายพุ่ง  15% รับรถไฟฟ้าสีม่วง กำลังจะเปิด ใช้บริการ ในเดือน สิงหาคม 2559 นี้แล้ว  ผู้ประกอบการโหมกระหน่ำ อีเวนต์ ต่อเนื่อง เปิดศึกชิงลูกค้า



นายแสนผิน สุขี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ในนาม โกลเด้นแลนด์  เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาหลังเริ่มมีกระแสข่าวว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วง  สาย (เตาปูน-บางใหญ่) จะพร้อมเปิดให้บริการให้แก่ประชาชนทั่วไปได้แล้ว เชิงพาณิชย์เดือน ส.ค.ปีนี้ มีผลทำให้ ทำให้ตลาด ทาวน์เฮาส์ เกาะรถไฟฟ้าสายสีม่วง บริเวณ ที่สำคัญๆ เด่น  เช่น ทาวน์เฮาส์บริเวณประชาชื่น  รัตนาธิเบศร์ ติวานนท์ ราคาประมาณ 2.8-3 ล้านบาท ทำให้ขายดีมาก โดยมียอดผู้เยี่ยมชมเพิ่ม ขึ้นจากช่วงก่อน 20% และยอดจองเพิ่มขึ้น 15%

ทั้งนี้ การที่รถไฟฟ้าวิ่งออกไปชานเมืองกรุงเทพฯ มีส่วนช่วยทำให้ตลาดทาวน์เฮาส์ขายดีขึ้นมาก
เพราะถ้าเทียบกับคอนโดมิเนียมแล้ว ในราคาใกล้เคียงกัน แม้ทำเลโครงการทาวน์เฮาส์จะไม่ติดสถานีรถไฟฟ้า โดยจะขยับออกไปจากตัวสถานีและเข้าซอย แต่ก็ได้พื้นที่มากกว่า ประกอบกับเดินทางมารถไฟฟ้าได้สะดวก ทำให้กลุ่มครอบครัวใหม่ชานเมืองเลือกจะซื้อทาวน์เฮาส์มากกว่าคอนโดมิเนียม

ด้าน นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า จากความชัดเจนของการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะเปิดทดลองวิ่งในเดือน พ.ค. และใช้บริการจริงในวันที่ 12 ส.ค.นี้ ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่กระตุ้นให้ตลาดบ้านแนวราบแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงกลับมาคึกคัก โดยมีจำนวนลูกค้าเข้าเยี่ยมชมโครงการพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว หากเทียบกับช่วงปลายปีที่ผ่านมา

"โดยเฉพาะในช่วงเดือน ก.พ.-กลางเดือน เม.ย. ที่กระแสข่าวการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมโครงการเพิ่มขึ้นกว่า 60% จากช่วงปกติ ซึ่งเอพีเองได้จัดแคมเปญส่งเสริมการขายและอีเวนต์พิเศษที่สำนักงานขายโครงการ เพื่อสร้างการรับรู้ของลูกค้า และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยเช่นกัน" นายวิทการ กล่าว

สำหรับการสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าที่เลือกจองซื้อโครงการของเอพีในย่านนี้ พบว่าต้องการอยู่ในทำเลใกล้รถไฟฟ้า เพื่อเดินทางเข้าออกเมืองได้สะดวก และราคาขายที่อยู่อาศัยย่านนี้ยังไม่สูงมากนัก หากเทียบกับโครงการในทำเลอื่นที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการ โดยปัจจุบันโครงการของเอพีที่อยู่ในรัศมีแนวเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง ทั้งหมด 8 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ และบ้านเดี่ยว 4 โครงการ

ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ปัจจุบันยังมีจำนวนห้องชุดอยู่ในตลาดจำนวนมาก โดยนายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า อัตราการขายคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมายังไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากมีโครงการเปิดขายใหม่จำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งในพื้นที่นนทบุรียังมีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายอยู่อีกไม่น้อย ทำให้ ผู้ซื้อมีทางเลือก ขณะที่โครงการบ้าน จัดสรรยังมีราคาขายที่ไม่ได้แตกต่างจากคอนโดมิเนียมมากมายนัก แม้ว่าทำเลที่ตั้งโครงการจะอยู่ห่างไกลจากเส้นทางรถไฟฟ้าก็ตาม แต่ก็ยังได้รับความสนใจของคนในพื้นที่

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

บ้านประชารัฐทำ ราคาคอนโด ผงาด พุ่งขึ้นแชมป์ ราคาขึ้น 4.9 % ไตรมาสแรก ฉุดไม่อยู่

บ้านประชารัฐทำ ราคาคอนโด ผงาด พุ่งขึ้นแชมป์ ราคาขึ้น 4.9 % ไตรมาสแรก ฉุดไม่อยู่
คอนโดราคาขึ้น


ลพ่วงของโครงการ บ้านประชารัฐ ออกฤทธิ์แล้ว จากการเปิดเผยกับทีมข่าวของ นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์  ยอดตัวเลขสรุป
ดัชนีราคาห้องชุดประจำไตรมาส 1 ปีของปีนี้ในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มเป็น 4.9%
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว และเมื่อจำแนกในแต่ละช่วงระดับราคา พบว่า ห้องชุดที่มีระดับราคาไม่เกิน 50,000บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้น 2.9% ห้องชุดที่มีระดับราคา 50,001-80,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้น 4.3% ห้องชุดที่มีระดับราคา 80,001 - 120,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้น 5.6% และห้องชุดที่มีระดับราคามากกว่า 120,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้น 4.8% สำหรับพื้นที่ซึ่งราคาห้องชุดปรับเพิ่มขึ้นมาก ในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ 5 ลำดับแรก ได้แก่ สุขุมวิทตอนต้น พญาไท-ราชเทวี สุขุมวิทตอนปลาย นนทบุรี และสีลม-สาทร-บางรัก

สำหรับดัชนีราคาบ้านเดี่ยว ในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้น 1.7 % เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2558 แยกเป็น ดัชนีราคาบ้านเดี่ยว ในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้น 1.4% ดัชนีบ้านเดี๋ยวใน ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้น 1.9%


ขณะที่ดัชนีราคาทาวน์เฮาส์ในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2558 แยกเป็น ดัชนีราคาทาวน์เฮาส์ ในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้น 2.9% ดัชนีราคาทาวน์เฮาส์ ใน นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้น 2.6% นอกจากนี้ ยังสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นมีค่าเท่ากับ 55.9 สูงกว่าค่ากลาง เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว ที่มีค่าเท่ากับ 54.6

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

เซียนอสังหา เชื่อ อสังหาฯไตรมาสแรกฟื้นแน่ ห่วงสิ้นมาตรการรัฐตลาดชะลอ

เซียนอสังหา เชื่อ อสังหาฯไตรมาสแรกฟื้นแน่  ห่วงสิ้นมาตรการรัฐตลาดชะลอ-ราคาคอนโดยังขยับไม่หยุด 
 
อสังหายังโต


ฟันธงเมื่อสิ้นไตรมาส จากข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ประจำไตรมาส 1 ปี 2559 ที่สำรวจจากผู้ประกอบการจำนวน 168 บริษัท  โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ อยู่ที่ระดับ 55.9 สูงกว่าค่ากลางของดัชนีที่ระดับ 50 และปรับเพิ่มจากไตรมาส 4 ปี 2558  ที่ดัชนีมีค่าเท่ากับ 54.6 สะท้อนว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาก
คอนโดยังไม่หยุดราคา


นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการโดยภาพรวมมีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเพิ่มขึ้น มีผลมาจาก จากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่ม ประกาศใช้ในไตรมาส 4 ปี 2558 โดยคาดหวังว่ากระแสตอบสนองของผู้ซื้อต่อมาตรการจะอยู่ในระดับสูงในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของมาตรการ ทำให้ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นทั้งในด้านยอดขาย  ต้นทุนและการเปิดโครงการใหม่หรือเฟสใหม่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้  เมื่อแยกประเภทผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed)  มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นสูงกว่าผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน (Non-Listed) โดยผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเท่ากับ 65.9 ซึ่งสูงขึ้นกว่าระดับ 63.6 ในไตรมาสก่อนหน้า และผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายกลางและรายย่อย) มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเท่ากับ 46.0 ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 45.5 ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าค่ากลาง (ค่ากลางเท่ากับ 50)

อย่างไรก็ตาม ดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนหน้า (Expectations Index) ประจำไตรมาส 1/2559 มีค่าเท่ากับ 64.4 ปรับลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2558 ที่มีค่าเท่ากับ 67.2 โดยเมื่อแยกประเภทผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 71.9 ปรับลดลงมากจากระดับ 77.8 ในไตรมาสที่แล้ว ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 56.9 ซึ่งค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับ 56.6 ในไตรมาสที่แล้ว

"ผู้ประกอบการซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนมองว่าเมื่อมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองยุติลง ตลาดอาจชะลอลงตามไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ปี 2559” นายสัมมา กล่าว

ราคาคอนโดยังพุ่งไม่หยุด ศูนย์ข้อมูลฯ ระบุว่า ดัชนีราคาห้องชุดรวมทุกระดับราคา ประจำไตรมาส 1 ปี 2559 ในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2558 โดยเมื่อแยกพิจารณาแต่ละช่วงระดับราคา พบว่า ห้องชุดที่มีระดับราคาไม่เกิน 50,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9, ห้องชุดที่มีระดับราคา 50,001-80,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3, ห้องชุดที่มีระดับราคา 80,001-120,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 และห้องชุดที่มีระดับราคามากกว่า 120,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 ซึ่งพื้นที่ที่ราคาห้องชุดปรับเพิ่มขึ้นมากในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ 5 ลำดับแรก ได้แก่ สุขุมวิทตอนต้น พญาไท-ราชเทวี สุขุมวิทตอนปลาย นนทบุรี และสีลม-สาทร-บางรัก

ส่วนดัชนีราคาบ้านเดี่ยว ประจำไตรมาส 1 ปี 2559 ในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2558 แยกรายละเอียดเป็น ดัชนีราคาบ้านเดี่ยว ในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4, ดัชนีราคาบ้านเดี่ยว ในนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9

ขณะที่ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ ประจำไตรมาส 1 ปี 2559 ในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2558 แยกรายละเอียดเป็น ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ ในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 และดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ ในนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6

ด้าน นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีดี เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ความต้องการสร้างบ้านและกำลังซื้อผู้บริโภค ส่งสัญญาณขยายตัวดีขึ้น สวนทางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจริง แต่ในช่วง 9 เดือนข้างหน้า ยังเป็นกังวลกับทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯ ภายใต้โครงการบ้านประชารัฐ ที่ดูเหมือนว่ามาตรการครั้งนี้ กลุ่มบ้านสร้างเองหรือ “ธุรกิจสร้างบ้าน” จะได้รับอานิสงส์ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ “ราคาบ้านรวมค่าที่ดินแปลงที่จะปลูกสร้างต้องไม่เกิน 1.5 ล้านบาท” ซึ่งในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่าที่ดินแปลงที่จะใช้ปลูกสร้างบ้านนั้น อย่างน้อยต้องมีขนาด 40 ตารางวาขึ้นไป (มีระยะเว้นโดยรอบตามกฎหมายกำหนด) เฉพาะราคาค่าที่ดินเฉลี่ยตารางวาละ 1.5-3 หมื่นบาท (ในเขตกรุงเทพฯ รอบนอกและปริมณฑล) ก็เกือบเต็มวงเงินให้กู้ยืมแล้ว หรือเหลือวงเงินไม่พอกับค่าก่อสร้างบ้าน ดังนั้นในความเป็นจริงโครงการบ้านประชารัฐ จึงไม่ได้เอื้อต่อธุรกิจสร้างบ้านแต่อย่างใด

 “ในปี 2559 นี้ตลาดรับสร้างบ้านหรือกำลังซื้อภาคใต้ปรับตัวดีขึ้นมาก หลังจากที่กำลังซื้อชะลอตัวมานานเกือบ 2 ปี ขณะที่กำลังซื้อในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังซึมๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการแข่งขันราคากันรุนแรง” นายพิศาล กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

สองค่ายยักษ์ โชควัฒนา. กอดคอลุย ชาญอิสสระ ทุ่มทุน อสังหาฯกว่าหมื่นล้าน

สองค่ายใหญ่ ไอ.ซี.ซี. กอดคอลุย ชาญอิสสระ ทุ่มทุน อสังหาฯกว่าหมื่นล้าน


 
สร้างแรงกระตุ้นในวงการอสังหาอีกครั้ง เมื่อสองค่ายใหญ่ ยักษ์ เชี่ยวชาญคนละด้าน มาช่วยกัน ลงทุนลงแรง ฝ่ากระแส คลื่นอสังหา  อย่างท้าทาย ทุ่มเงิน เบาะๆ ไม่มากไม่น้อย แค่ หมื่นกว่าล้าน ทำโครงการหรู ริมทะเล

นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล เครือสหพัฒน์  เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ร่วมตั้งบริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด กับบริษัทชาญอิสสระ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วม กันภายใต้โครงการทิวทะเลเอสเตท แนวชายหาดชะอำหัวหิน บนพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตรหรือ 90 ไร่ มูลค่าร่วม 12,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวโรงแรมบาบาบีช คลังโฮเทล แอนด์ รีสอร์ต มูลค่า 1,700 ล้านบาท  บริหารงานโดยทีมโรงแรมศรีพันวา จ.ภูเก็ต คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดขาย ไตรมาส 2 ปีหน้า

"ขณะนี้เครือสหพัฒน์ได้หันมารุกการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัท จึงได้ร่วมทุนกับชาญอิสสระฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมไป 3 โครงการแล้ว  คือ บ้านทิวทะเล อความารีน 270 ยูนิต มูลค่า 2,084 ล้านบาท ขณะนี้มียอดขายกว่า 90% แล้ว  ต่อมาคือบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ 421 ยูนิต มูลค่า 1,920 ล้านบาท มียอดขายแล้ว 70% และบลู  มูลค่า 1,506 ล้านบาท กำลังก่อสร้าง แต่มียอดขายแล้ว 30%"

ทั้งนี้ในอนาคตบริษัทมีแผนที่พัฒนาโครงการเพิ่มอีก เช่นบ้านทิวทะเล ระยะ 4-5 มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท รวมถึง โครงการโฮเทล แอนด์ เรสซิเดนท์  บ้านทาวน์โฮมบ้านโชค ซึ่งเป็นร้านอาหาร มูลค่า 50 ล้านบาท เป็นต้น  ทั้งนี้ในส่วนของโรงแรมทั้งหมด 71 ยูนิต จะมีวิลล่า 11 ยูนิต ซึ่งจะเปิดขายด้วย ในราคา 30-60 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559

เงื่ิอนไขบ้านประชารัฐเอกชน

กรณีซื้อจากเอกชนผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

สัญญาจะซื้อจะขายต้องระบุดังนี้

1.ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธฺ์
2.ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมการจดจำนอง
3.ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับภาระรวมทั้งค่าใช้จ่ายส่วนกลางในปีที่1 
4.ผู้ขายต้องให้ส่วนลดพิเศษ(เพิ่มเติมจากส่วนลดปกติ) ไม่น้อยกว่า 2%ของราคาซื้อขายตามสัญญจะซื้อจะขาย

การพิจารณาวงเงินให้กู้ตามโครงการนี้ให้นำส่วนลดพิเศษ 2 % ไปหักจากราคาซื้อขาย ตามสัญญาจะซื้อจะขาย แล้วจึงนำไปพิจารณาวงเงินกู้

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

ได้เห็นๆ เอกชนปลื้ม บ้านประชารัฐ พฤกษา บอก มี.ค.ทะลุ4พันล.

ไม่กี่วัน โครงการ พฤกษา บอกได้เห็นๆ เอกชนปลื้ม บ้านประชารัฐ พฤกษา บอก มี.ค.ทะลุ4พันล.





โครงการบ้านประชารัฐ ออกมาไม่กี่วัน พฤกษา แถลงข่าว ยอดขายพุ่ง หลังอัดแคมเปญร่วมมาตรการประชารัฐ รัฐเดือนมี.ค.ทะลุ4พันล.  
 
แฮปปี้สุด ๆ พฤกษาโหม มั่นใจแคมเปญแรงส่งท้ายมาตรการรัฐ ส่งผลให้ยอดขายเดือน มี.ค.2559 นี้ เพียงไม่กี่วัน  พุ่ง 4,000 ล้าน ตั้งเป้าเพิ่มอีก ลุยต่อคอนโดต่ำล้าน อีกชุดใหญ่ 

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิด เผยว่า หลังจากบริษัทจัดแคมเปญโอกาสทองของคนรักบ้าน พฤกษา เบสท์ บาย โมเมนท์ 2016 ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแคมเปญที่ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนองของภาครัฐที่จะสิ้นสุดในวันที่ 28 เม.ย.นี้ ช่วยกระตุ้นยอดขายได้แรงมากทำให้เดือน มี.ค.เดือนเดียวมียอดขายสูงประมาณ 4,000  ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย 2 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.พ.) รวมกันอยู่ที่ 5,363 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าวและโครงการบ้านประชารัฐ จะส่งผลให้ยอดขายในไตรมาสแรกสูงเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 9,000 ล้านบาท ส่วนแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ปีนี้ประมาณ 6-7 โครงการ มูลค่ารวม 1.2 หมื่นล้านบาท จะเน้นคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่าง ภายใต้แบรนด์พลัมที่ปีนี้จะเปิด 4 โครงการใหม่ ส่วนที่เหลืออีก 2-3 โครงการ จะเป็นคอนโดมิเนียมระดับกลาง-บน และระดับไฮเอนด์ โดยแบรนด์พลัม คอนโด ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างขาย 12 โครงการ สร้างเสร็จพร้อมโอนในปีนี้ 5 โครงการ

สำหรับโครงการล่าสุดได้เปิดขาย "พลัมคอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น" บนพื้นที่ทั้งหมด 38 ไร่ แบ่งเป็น 4 เฟส รวมห้องชุด 4,000 ยูนิต มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยเฟสแรกเป็นอาคารสูง 8 ชั้น 3 อาคาร บนที่ดิน 6 ไร่ จะเป็นห้องชุดพักอาศัย 804 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 22.5-45 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้น 9.9 แสนบาท

ด้าน นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลเทอร์เนทีฟแอสเซท กล่าวว่า แผนบุกตลาดของบริษัทจะ เน้นพัฒนาบนที่ดินแปลงเล็กที่ไม่ใช่ แนวทางของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อสร้างความแตกต่าง โดยตั้งเป้าจะเปิดโครงการใหม่ปีละ 2-3 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 1,000-1,500 ล้านบาท/ปี ปีนี้จะประเดิมเปิดตัวโครงการแรกอัลติจูด สามย่าน-สีลม บนพื้นที่โครงการรวม 285 ตร.ว. อาคารสูง 8 ชั้น รวมทั้งสิ้น 97 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 29.30-49.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.3 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

เอกชน ดี้ด้า!! อสังหาฯคาด บ้านประชารัฐ ระบายสต็อก 3.6หมื่นยูนิต

เอกชน ดีใจ  อสังหาฯคาดหมาย อย่างมั่นใจ บ้านประชารัฐ ระบายสต็อก 3.6หมื่นยูนิต    


เอกชนปลื้ม กลุ่มตลาดล่าง บ้านประชารัฐ ช่วยระบายสินค้าค้งสต็อก อสังหารดับล่าง ผู้มีรายได้น้อย ที่ติดปัญหา สินเชื่อ เป็นกลุ่มตลาด 20%ของตลาดอสังหาทั้งหมด
รัฐช่วยหนุน ด้านสินเชื่อ ระบายสต็อกเดิม เกือบ 40,000 ล้าน...


เอกชนคาดหมายใกล้จบไตรมาสแรก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตื่นตัวหลังภาครัฐคลอดนโยบายที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มี รายได้น้อย โครงการ "บ้านประชารัฐ" ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท แม้ว่าที่อยู่อาศัยกลุ่มราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท  มีสัดส่วนไม่สูงประมาณ 20% ของตลาดรวม แต่ก็เป็นตลาด ที่มีความต้องการมาก เพียงแต่ที่ผ่านลูกค้า  ติดปัญหาการขอสินเชื่อ เมื่อโครงการบ้านประชารัฐเข้าปลดล็อกสินเชื่อ จึงเป็นความหวังของผู้ประกอบการ  ในการระบายสต็อกที่มีอยู่เกือบ 4 หมื่นล้านบาท

สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า โครงการที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นสต็อก เหลือขายราคาไม่เกิน 1.5  ล้านบาท   เฉพาะที่ผู้ประกอบการสร้างขาย ทั้งประเทศ มีประมาณ 3.61 หมื่นยูนิต  แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม ในกรุงเทพฯปริมณฑล 2.03 หมื่นยูนิต และ ภูมิภาค 
ประมาณ 6,500 ยูนิต ส่วน บ้านจัดสรร  แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 2,900 ยูนิต ภูมิภาค 6,400 ยูนิต  ทั้งนี้ ยังไม่รวมทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีแอล) ของสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ฯ หรือ บ้านมือสอง ในจำนวนยูนิตเหลือขายทั่วประเทศ 3.61 หมื่นยูนิต เป็นบ้านจัดสรรสัดส่วนไม่ถึง 5% และคอนโดมิเนียม 20-25%  เมื่อนับรวมทั้ง 2 ตลาดแล้ว ที่อยู่อาศัยในระดับราคา ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท มีสัดส่วนไม่เกิน 20% ของตลาดที่อยู่อาศัยรวม

"บ้านประชารัฐ จะช่วยระบายสต็อก คาดว่าวงเงินสินเชื่อแก่ผู้กู้รายย่อย 4 หมื่นล้านบาท จะช่วยให้ประชาชนซื้อบ้านได้กว่า 4 หมื่นยูนิต  และการที่รัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ 23 มี.ค.เป็นต้นไปจนกว่าวงเงินจะหมด ประกอบมาตรการกระตุ้น  อสังหาฯที่จะหมดอายุลงในวันที่ 28 เม.ย. จะช่วยให้ตลาดเดือนมี.ค.เป็นต้นไปคึกคัก ช่วยให้อสังหาฯปีนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ"

อิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ระบุว่า  โครงการบ้านประชารัฐจะช่วยให้ตลาดบ้านราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีส่วนแบ่งประมาณ 15-20% เติบโตขึ้นมาก 
โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่มีบ้านราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทจำนวนมาก แม้ว่าผู้บริโภคต่างจังหวัดจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและภัยแล้งก็ตาม  แต่เชื่อว่ายังมีกลุ่มที่มีกำลังซื้อแต่ชะลอการตัดสินใจ หันมาซื้อบ้านเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากโครงการดังกล่าว

และที่สำคัญโครงการบ้านประชารัฐ จะปลดล็อกปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อของผู้ซื้อระดับล่าง 
จากเงื่อนไขการผ่อนปรนการกำหนดอัตราส่วนรายจ่ายในการชำระหนี้ต่อรายได้ต่อเดือน (Debt Service Ratio: DSR) เพิ่มเป็นสูงสุดไม่เกิน 50% ของรายได้สุทธิต่อเดือน (Debt to Income Ratio: DTI) ซึ่งจะทำให้วงเงินกู้สูงขึ้น  และอัตราผ่อนชำระรายเดือน ลดลง อาทิ กรณีวงกู้ไม่เกิน 7 แสนบาท เริ่มต้นผ่อนชำระ 3 ปีแรก 3,000 บาทต่อเดือน  วงเงินกู้ 1.5 ล้านบาท เริ่มต้นผ่อนชำระ 7,200 บาทต่อเดือน กรณีกู้ซ่อมแซม ต่อเติม วงเงินกู้ ไม่เกิน 5 แสนบาท เริ่มต้นผ่อนชำระ 2,100 บาทต่อเดือน

จากการรวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่มีสต็อกที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท กว่า 1.17 หมื่นยูนิต ประกอบด้วย  บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) 19 โครงการ 4,539 ยูนิต มูลค่าประมาณ 4,771 ล้านบาท แบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 408 ยูนิต มูลค่า 556 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 4,131 ยูนิต 4,215 ล้านบาท

บริษัท แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) 3,756 ยูนิต จาก 13 โครงการ มูลค่า 4,000-5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นราคา ไม่เกิน 7 แสนบาท 3,133 ยูนิต และ เกิน  7 แสนบาท 623 ยูนิต

โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ฯ กล่าวว่า โครงการบ้านประชารัฐ จะช่วยกระตุ้นตลาด ต่อยอดจากมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน และการจดจำนอง สิ้นสุดในวันที่ 28 เม.ย. เพราะโครงการบ้านประชารัฐช่วยให้ผู้บริโภคซื้อที่ดีอยู่อาศัยของตนเองได้ง่ายขึ้น เพราะปัจจัยทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่เติบโตปัญหาใหญ่มาจากลูกค้าถูกปฏิเสธสินเชื่อ เนื่องมาจากหนี้ภาคครัวเรือนที่สูง

"บ้านประชารัฐ จะเป็นปัจจัยเร่งให้ ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย และโอน มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดคึกคักยิ่งขึ้น จากช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.ที่ลูกค้ากลุ่มกลาง-ล่าง ยังรีรอตัดสินใจซื้อ และโอน เพราะต้องการรอโครงการบ้านประชารัฐออกมาก่อน"

นอกจากนี้ บิ๊กเนมค่ายอื่นๆ เช่น บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน)
 ปัจจุบันมีโครงการยูนิโอ จรัญ 3 ราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท 1,900 ยูนิต ปีนี้เตรียมพัฒนาคอนโด ยูนิโอ ขายราคา 1 ล้านบาทต้นๆ  อีก 3 โครงการ รวมกว่า 3,000 ยูนิต บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) พัฒนาอสังหาฯราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท คิดเป็น 1 ใน 3 ของพอร์ตสินค้า มีคอนโดอยู่ระหว่างขาย 1,300 ล้านบาท ประมาณ 1,000 ยูนิตที่อยู่ในเกณฑ์บ้านประชารัฐ เป็นโครงการพร้อมโอนปีนี้ 4 โครงการ และมีแผนพัฒนาใหม่ตามเงื่อนไขบ้านประชารัฐ มูลค่ารวม 2,000-3,000 ล้านบาท

ส่วนบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) มีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างขายราคาต่ำ 1.5 ล้านบาท 7 โครงการ มูลค่า 1,140 ล้านบาท 980 ยูนิต ขณะที่บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) มีคอนโด 800 ยูนิต มูลค่า 1,000 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ